ครกกระเดื่อง


ชื่อเครื่องมือ: ครกกระเดื่อง  
ชื่อท้องถิ่น: ภาคเหนือและภาคอีสานเรียกว่า ครกมอง ภาคใต้เรียกว่า ครกถีบ หรือครกเหยียบ หรือครกเดื้อง  
ลักษณะของเครื่องมือ:       เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตำข้าว ที่ชาวบ้านนิยมใช้ในอดีต เพราะทุ่นแรงได้มากกว่า การตำด้วยมือ ครกกระเดื่องมีรูปร่างคล้ายกระดานหก ที่นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างหนึ่ง เพราะผู้ทำต้องคำนึงถึงจุดหมุน และน้ำหนักของสากที่สมดุลกันด้วย ครกกระเดื่องมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วนคือ “ตัวครก” ทำมาจากขอนไม้เนื้อแข็ง ทนต่อแรงกระแทก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50-100 เซนติเมตร สูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร ขุดตรงกลางเป็นเบ้าลึกลงไป เพื่อให้สามารถใส่เมล็ดข้าวได้ “คันกระเดื่อง” ทำด้วยไม้ท่อนตรง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 นิ้ว ยาวประมาณ 3-4 เมตร ทำหน้าที่เป็นไม้กระดกตำ ปลายด้านหนึ่งเจาะเป็นรูสำหรับเสียบสาก ปลายอีกด้านวัดเข้ามาประมาณ 2 ฟุต เจาะรูให้ทะลุ สำหรับสอดคานขวางคันกระเดื่อง “เสา” มี 2 ต้น ทำด้วยไม้เนื้อแข็งฝังลงในดินตั้ง เป็นคู่ในแนวเดียวกัน เจาะรูเสาแต่ละต้นเหนือระดับพื้นดิน เพื่อสอดคานขวางคันกระเดื่อง เป็นจุดหมุนเพื่อการกระดก “สาก” ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เกลาให้กลม ขนาดพอเหมาะกับคันกระเดื่อง และตัวครก เสียบเข้าที่ปลายคันกระเดื่อง ด้านที่เจาะรูไว้  
การใช้ประโยชน์: หลังการเก็บเกี่ยว และเก็บรักษา  
อธิบายการใช้ประโยชน์:       ใช้สำหรับใช้ตำข้าวเปลือกมาเป็นข้าวสาร โดยผู้ตำจะขุดหลุมตื้นๆ บริเวณปลายคันกระเดื่อง ด้านที่ใช้เท้าเหยียบไว้ เมื่อเหยียบที่โคนของคันกระเดื่อง กดลงในหลุม ปลายอีกด้านของคันกระเดื่องก็จะยกตัวขึ้น ทำให้สากซึ่งติดอยู่ ลอยสูงขึ้นไปด้วย เมื่อผู้ตำปล่อยเท้า สากก็จะตกไปตำเมล็ดข้าวเปลือก ที่อยู่ในครก การตำข้าวด้วยครกกระเดื่องนี้จะต้องมีผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง คอยช่วยตะล่อมให้ข้าวรวมกันอยู่ตรงกลาง หรือก้นหลุมครกเพื่อให้สากตำข้าวได้ทั่วถึง  
แหล่งที่มาของข้อมูล: สารานุกรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย - ภูมิปัญญาข้าวไทย จัดทำโดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)  
คำช่วยค้น: ครกกระเดื่อง ครก ครกมอง ครกถีบ ครกเหยียบ  
วันที่บันทึกข้อมูล: 9/20/2010 2:38:23 PM